มาชเมลโล่ว ขนมที่สามารถทำนายอนาคตของคุณได้

มาชเมลโล่วทำนายอนาคตคุณได้
คุณจะประสบความสำเร็จหรือไม่ สามารถดูได้จากการกินมาชเมลโล่ว!!

หลายๆคนอ่านแล้วก็คงจะงงกันว่ามันมีความเชื่อมโยงกันอย่างไร ระหว่างการประสบความสำเร็จของคนๆหนึ่ง กับขนมมาชเมลโล่ว วันนี้ Bookpacker จะนำเรื่องนี้มาเล่าให้เพื่อนๆฟังกับแบบง่ายๆนะครับ

ความจริงแล้วทั้งสองสิ่งนี้มีความสัมพันธ์กันอย่างมากๆ โดยมีการศึกษาอย่างจริงจังในช่วงทศวรรษ 1960 โดยนักจิตวิทยาที่ชื่อว่า Walter Mischel ในมหาวิทยาลัยแสตนฟอร์ด (Stanford University) งานวิจัยนี้มีชื่อว่า Marshmallow Experiment

การทดลอง Marshmallow Experiment จะทำการทดสอบกับเด็กๆชั้นอนุบาล
โดยเด็กๆเหล่านี้จะได้รับขนมมาชเมลโล่ว คนละ 1 ชิ้นเท่านั้น แต่เด็กๆจะมีสิทธิ์เลือกว่า จะกินขนมนั้นเลยหรือถ้าเด็กๆรอได้ถึง 15 นาทีโดยไม่กินมัน เด็กๆจะได้ขนมเพิ่มเป็น 2 ชิ้น!! ฟังดูแล้วหลายๆคนคงบอกว่า ก็รอไปสิ 15 นาทีเองได้เพิ่มอีกชิ้นด้วย แต่เรื่องจริงมันไม่ง่ายขนาดนั้นสำหรับเด็กๆ

หลังจากนั้น เด็กๆก็ถูกปล่อยเอาไว้ในห้องเพียงลำพังกับเจ้าขนม 1 ชิ้นนั้น คราวนี้นักวิจัยทั้งหลายก็คอยสังเกตพฤติกรรมเด็กๆ พบว่า มีทั้งเด็กๆที่กินขนมทันทีเลยหลังจากได้รับ หรือบางคนก็รอได้สักพัก ลังเลใจ แต่สุดท้ายก็กินมันก่อนจะครบ 15 นาที

จากการทดลองพบว่า มีเด็กๆ 1 ใน 3 รอจนครบ 15 นาทีและสุดท้ายเขาก็ได้รับขนมเพิ่มเป็น 2 ชิ้น แต่ที่สำคัญไปกว่านั้นระหว่างการทดลองนั้นคุณ Mischel ได้พบพฤติกรรมที่หลากหลายของเด็กๆ ในการกดเก็บความรู้สึกอยากกินไว้ เช่น บางคนปิดตาปิดจมูก บางคนเบือนหน้าหนี บางคนนั่งดึงผมเปียตัวเอง รวมถึงการจินตนาการว่าขนมเหล่านั้นเป็นปุยเมฆและมันกินไม่ได้!

จากการทดลองนี้ทุกคนก็คงจะยังงงอยู่ว่าแล้วมันเกี่ยวอะไรกับการประสบความสำเร็จ ซึ่งการทดลองยังไม่จบเพียงเท่านี้ หลังจากผ่านไปประมาณ 20 ปี คุณ Mischel ก็กลับมาติดตามผลของเด็กๆกลุ่มนี้ แล้วก็พบว่าเด็กๆกลุ่มที่อดทนรอ 15 นาที เด็กเหล่านี้จะมีแนวโน้มที่มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง มีการรับมือกับความเครียดได้ดี และสอบได้คะแนน SAT ได้สูงกว่าเด็กอีกกลุ่มที่รอไม่ได้ โดยมีการติดตามชีวิตของเด็กเหล่านี้อีกหลายๆครั้งเป็นเวลากว่า 40 ปี จนเด็กๆเหล่านั้นเติบโตเป็นผู้ใหญ่วัยกลางคน ผลการศึกษาก็เป็นเช่นเคยคือ เด็กๆที่อดทนรอได้ในวันนั้น วันนี้จะมีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จทั้งด้านชีวิตและจิตใจมากกว่าอีกกลุ่ม

หลังจากนั้นคุณ Mischel และทีมงานก็มานั่งหาถึงสาเหตุว่าทำไมเด็กเหล่านี้จึงประสบความสำเร็จและเด็กอีกกลุ่มหนึ่งทำอะไรก็ไม่ไปถึงไหนสักที จนพบว่า สมองของกลุ่มเด็กที่อดทนรอได้จะมีการทำงานของ Prefrontal cortex ที่เด่นชัดซึ่งเป็นสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับความนึกคิดและส่วนที่เป็นเหตุเป็นผล ทำให้เด็กๆเหล่านี้มีความสามารถในการอดทนอดกลั้นต่อสิ่งเร้า ณ ขณะนั้น เพื่อให้ได้มีการบริโภคในสิ่งที่พอใจมากขึ้นในอนาคต (คล้ายๆกับสุภาษิต อดเปรี้ยวไว้กินหวานเลยครับ) ยกตัวอย่างง่ายๆเช่น ถ้าเราอดทนอดกลั้นในการไม่กินอาหารที่ไม่มีประโยชน์ สุดท้ายเราก็จะมีสุขภาพที่ดีกว่า หรือจะเป็นการที่เราอดทนลงมืออ่านหนังสือหรือทำการบ้านตอนนี้ดีกว่าการดูทีวี ก็จะทำให้งานของเราเสร็จอีกทั้งช่วยให้เราได้ทบทวนบทเรียนและทำให้คะแนนของเราดีขึ้นด้วย จากคำอธิบายทางการแพทย์นี้ก็อาจจะช่วยอธิบายความสัมพันธ์ของการประสบความสำเร็จและขนมมาชเมลโล่วได้ในส่วนหนึ่ง

แต่
สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากงานวิจัยนี้เลยก็คือ ถ้าหากเราอยากที่จะทำอะไรสักอย่างให้สำเร็จ คุณจะต้องตั้งใจและทำมันโดยไม่ถูกชักจูงง่ายๆ หรือถูกเบี่ยงเบนความสนใจไปตามสิ่งเร้าหรือสิ่งยั่วยุเพื่อไปทำในสิ่งที่ง่ายกว่า

และปัจจัยที่น่าจะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะช่วยให้เพื่อนๆชาว Bookpacker นั้นประสบความสำเร็จได้ก็คงจะเป็นความพยายามของเพื่อนๆที่จะลงมือทำ อีกทั้งมีการวางแผนที่ดีพอ และที่สำคัญคือการลงมือทำตามความฝัน เพราะหากไม่ทำก็คงจะไม่มีทางสำเร็จเลยใช่ไหมครับ:-)

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *