ทักษะ 5 อย่างที่เราทุกคนมี และถ้ายิ่งฝึกก็ยิ่งดีกับชีวิต

ทักษะ 5 อย่างที่เราทุกคนมี และถ้ายิ่งฝึกก็ยิ่งดีกับชีวิต

สังเกตไหมว่าทักษะที่สำคัญในการใช้ชีวิตหลายๆอย่าง ไม่ค่อยถูกสอนในชั้นเรียนมาก่อน? ยิ่งไปกว่านั้นทักษะที่สำคัญกับชีวิตเหล่านี้ยังถูกมองข้ามจนคนไม่รู้ว่าจริงๆแล้วมันสำคัญและเป็นพื้นฐานของความสำเร็จในด้านต่างๆได้ แล้วคุณรู้ไหมว่าพวกเราทุกคนมีทักษะเหล่านั้นอยู่ เพียงแต่ต้องการการฝึกฝนเพิ่มอีกหน่อย เพื่อให้เรามารถใช้ทักษะเหล่านี้ในการพัฒนาชีวิตของเราให้ดีขึ้นได้

ทักษะทั้ง 5 อย่างนี้มีอะไรบ้างและเราจะต้องฝึกอย่างไรเพื่อพัฒนาทักษะเหล่านั้น ไปดูกัน!

1.ทักษะในการมีสมาธิจดจ่อและให้ความสนใจกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง

ยิ่งเราให้ความสนใจหรือสามารถมีสมาธิจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้นานๆ จะยิ่งพัฒนาให้เราเป็นคนมี Productivity หรือสามารถในการทำงานให้สำเร็จลุล่วงได้ดีมากขึ้น

หากสังเกตปัจจุบันคนเราแทบจะไม่สามารถทำงานหรือจดจ่อกับอะไรได้นานๆ อีกแล้ว (นานที่สุดอาจจะแค่ 10 นาทีเอง!) เพราะปัจจุบันมีสิ่งล่อตาล่อใจให้เราหลุดโฟกัสจากงานที่ทำอยู่มากมาย หนึ่งในนั้นคือเจ้าโทรศัพท์มือถือนั่นเอง

วิธีที่จะช่วยฝึกในการพัฒนาทักษะนี้ได้แก่

  • ฝึกการทำงานทีละอย่าง คนเราจริงๆแล้วไม่สามารถทำอะไรหลายอย่างได้ในเวลาเดียวกัน (Multi-tasking ไม่มีจริง) ต้องฝึกทำงานหรือกิจกรรมทีละอย่างโดยพยายามไม่ให้สิ่งอื่นมาแย่งความสนใจหรือสมาธิในการทำสิ่งนั้นไป เช่น อ่านหนังสือ ดูหนัง หรือทำกิจกรรมใดๆโดยที่ไม่อนุญาตตัวเองให้ทำกิจกรรมอื่นๆเลย เช่น ไม่หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู ไม่คุยกับคนอื่น ขณะที่ทำงานนั้นๆ
  • ปิด notification มือถือขณะที่ตั้งใจทำงานใดๆอยู่

2. ทักษะในการทำตามคำสั่ง/วิธีทำ (instruction)

ทักษะนี้จะเป็นขั้นกว่าของทักษะในการมีสมาธิจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หากลองสังเกตุดีๆชีวิตของเราต่างเต็มไปด้วยคำสั่ง/วิธีทำ หัวหน้ามอบหมายงานมาให้ หรือเมื่อลูกค้าบอกความต้องการมาก็เป็น instruction ที่เราต้องทำให้ได้ตามความต้องการของเขาเหล่านั้น

จะมีประโยชน์อะไรหากเราผลิตของมาเพื่อแก้ปัญหาหนึ่ง แต่ปัญหานั้นไม่ใช่สิ่งที่ลูกค้าต้องการจะแก้
ทักษะนี้เหมือนจะง่าย ก็แค่ทำตามคำสั่งหรือสิธีทำที่เขาแจ้งมา แต่หากเราลองสังเกตตัวเองจริงๆแล้ว เราตั้งใจฟังและทำตามคำสั่งเหล่านั้นอย่างเคร่งครัดแล้วหรือไม่? หลายๆครั้งที่เราล้มเหลวเพียงเพราะเราไม่สามารถระบุหรือแยกแยะและทำตามคำสั่งที่ได้รับอย่างดีพอ

แล้วจะทำอย่างไรเพื่อช่วยพัฒนาทักษะนี้ได้บ้างล่ะ?

  • หากได้รับคำสั่งมาแล้วแต่คุณยังรู้สึกไม่ clear อย่าลังเลที่จะถามผู้ให้คำสั่งเหล่านั้น เพื่อระบุให้ชัดเจนถึงความต้องการ เวลาทำงานออกมาแล้วจะได้ตรงตามสิ่งที่เขาต้องการได้
  • ลองเป็นคนทำ instruction ให้ผู้อื่นบ้าง เช่นเขียนวิธีการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่คุณถนัดเพื่อเผยแพร่ให้คนอื่นได้ทำตาม เพราะการได้ลองเขียน หรือเป็นผู้สอนคนอื่น จะเป็นการเรียนรู้และทบทวนที่ดีมากอีกวิธีหนึ่ง เพราะหากเราสามารถมอบ instruction ให้คนอื่นได้ก็จะมีแนวโน้มว่าเราก็จะสามารถทำตาม instruction ของคนอื่นได้เช่นกัน

3. ทักษะการใส่ใจในสิ่งที่ทำ
เราสามารถแยกคนที่ทำงานด้วยความใส่ใจกับคนที่ทำไปงั้นๆไม่ได้ใส่ใจอะไรออกจากกันได้ เพราะผลงานที่ออกมามันแตกต่างกัน การทำอะไรสักอย่างด้วยใจจะมีพลังบางอย่างที่ลูกค้าหรือผู้รับสามารถรู้สึกถึงความใส่ใจนั้นๆได้ นอกจากนี้ก็ยังช่วยในการเติมพลังของผู้ทำงานได้ดีเช่นกัน

วิธีการฝึกทักษะในข้อนี้คือ

  • มองหาสิ่งที่เราสนใจและอยากจะใส่ใจในงานหรือกิจกรรมที่คุณทำอยู่ อาจจะมีทั้งคนที่โชคดีที่ได้ทำงานในสิ่งที่ตัวเองรักและสนใจอยู่แล้ว แต่สำหรับบางคนที่ต้องทำงานที่ตัวเองไม่ได้ชอบหรือสนใจขนาดนั้นก็สามารถปรับใช้ทักษะนี้ได้ คือการมองหาเรื่องบางเรื่องในงานของคุณที่คุณอยากจะลองให้ความสนใจกับมันดู ยกตัวอย่างเช่น หากคุณเป็น Barista ในร้านกาแฟแห่งหนึ่ง บางทีคุณอาจจะไม่ได้ชอบการชงกาแฟขนาดนั้น คุณอาจจะลองตั้งเป้ากับตัวเองดูว่าคุณจะจดจำเรื่องเล็กๆน้อยๆของลูกค้าประจำให้ได้ 3 คนต่อสัปดาห์ ก็เป็นการใส่ใจลองไปในกิจกรรมเล็กๆน้อยๆในการทำงานได้แล้ว

4. ทักษะในการแสดงความรับผิดชอบ
มนุษย์เราไม่มีใครไม่เคยผิดพลาด แต่หากผิดพลาดแล้วจะสามารถยอมรับผิดและรับผิดชอบต่อความผิดพลาดนั้นได้ไหมขึ้นอยู่กับแต่ละคน เพราะถ้าเราเป็นคนที่ยอมรับความผิดของตัวเองไม่ได้ เราก็จะไม่สามารถเรียนรู้อะไรได้จากความผิดพลาดนั้นเลย

หากคุณเคยทำผิดพลาดในการทำงานบางอย่าง คุณยอมรับผิดพร้อมทั้งยังมีการคิดทบทวนและเสนอวิธีแก้ไขไม่ให้เกิดความผิดพลาดดังกล่าวขึ้นอีก คนจะให้อภัยอีกทั้งจะยังเชื่อใจและมอบหมายให้คุณยังทำงานนั้นได้อยู่ แต่กลับกันกับคนที่เมื่อทำผิดแล้ว ไม่ยอมรับผิดแต่กลับโทษสิ่งต่างๆ นอกจากตัวเอง คนเหล่านั้นจะยิ่งทำลายความเชื่อใจหรือความน่าเชื่อถือของตัวเองไปอีกด้วย

วิธีฝึกทักษะนี้ง่ายๆ คือ

  • ฝึกขอโทษให้เป็น ไม่ว่าจะเป็นความผิดเล็กน้อยแค่ไหนต้องแสดงความรับผิดชอบให้ได้ เพราะเมื่อเกิดความผิดที่อาจจะใหญ่ขึ้นมา เราจะได้รู้ว่าต้องรับมือกับมันอย่างไร

5. ทักษะในการสงสัยใคร่รู้
คนที่ประสบความสำเร็จทุกคนเป็นคนสงสัยใคร่รู้!

แต่ต้องสงสัยให้ถูกเรื่อง (ไม่นับความสงสัยในเรื่องของคนอื่นนะ :P) เมื่อเราสงสัยแล้วอยากรู้ถึงบางสิ่งอย่างจริงจัง เราจะทำการสืบค้นและเรียนรู้เพื่อให้ได้มาซึ่งคำตอบที่เราต้องการ ซึ่งหลายๆครั้งเราอาจจะได้พบกับไอเดียดีๆบางอย่างที่จะนำไปต่อยอดได้ด้วย ยกตัวอย่างความสงสัยที่มีประโยชน์ เช่น สงสัยว่าจะสามารถพัฒนางานที่ทำอยู่ได้อย่างไรบ้าง? หรือจะทำอย่างไรให้ลูกค้ากลับมาซื้อสินค้าของเราอีกได้บ้าง?

อ้างอิง : https://medium.com/an-idea-for-you/the-5-most-valuable-skills-you-can-develop-for-free-9dd5c3673fc1

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *