Fixed mindset vs Growth mindset

คุณกำลังมี fixed mindset อยู่หรือไม่?

การมี fixed mindset ส่งผลเสียกับตัวคุณยังไง?

หากคุณเป็นคนที่

  • เชื่อว่าตัวเองเกิดมามีความสามารถแค่ไหน คือแค่นั้น ไม่สามารถพัฒนาต่อได้
  • กลัวว่าคนอื่นจะมองว่าตัวเองไม่ฉลาด
  • ไม่กล้าเสี่ยง กลัวความผิดพลาดจนไม่กล้าจะเริ่มทำอะไรใหม่ๆ
  • คิดว่าตัวเองจะไม่เก่ง/ไม่มีความสามารถไปมากกว่าที่เป็นอยู่
  • ไม่ชอบแสดงความคิดเห็นของตัวเอง
  • ไม่เชื่อในการพัฒนาตัวเองด้วยความอุตสาหะ และพยายาม

หากคุณมี 1 ในข้อเหล่านี้ วันนี้ลองมาอ่านบทความที่ Bookpacker ยกมานำเสนอให้เพื่อนๆได้อ่านกัน เผื่อว่าจะค่อยๆปรับเปลี่ยน mindset ของตัวเองได้ทันเวลา

Fixed mindset vs Growth mindset

หลายคนน่าจะเคยได้ยิน 2 คำนี้มาก่อนแล้ว และมันมักจะถูกพูดถึงพร้อมๆกันเพราะทั้งสองอย่างนี้ เป็นระบบความคิดที่ตรงข้ามกันนั่นเอง

Fixed mindset หรือทัศนคติที่ยึดติดอยู่ในกรอบแบบเดิมๆ คนที่มี fixed mindset จะเป็นคนที่ปิดกั้นตัวเองจากการเรียนรู้ ไม่คิดว่าตัวเองจะเปลี่ยนแปลงอะไรได้ เปรียบเหมือนตัวเองเป็นน้ำเต็มแก้ว เพราะเชื่อว่าคนเราเกิดมาพร้อมความสามารถของตัวเองแล้ว เก่งเท่าไหนคือเท่านั้น พัฒนาในส่วนอื่นๆเพิ่มเติมไม่ได้ คนเหล่านี้ไม่ชอบให้คนอื่นมองว่าตัวเองไม่ฉลาด (ทั้งๆที่ตัวเองก็ไม่คิดจะพัฒนาไปมากกว่านี้) เวลาแสดงความคิดเห็นจึงไม่ค่อยชอบพูด เพราะไม่มั่นใจในความคิดของตัวเองและกลัวโดนตัดสิน

Growth mindset หรือทัศนคติแบบเติบโต และยืดหยุ่น คนที่มี growth mindset เชื่อว่าตัวเองเป็นแก้วเปล่า พร้อมเปิดรับการเรียนรู้ใหม่ๆ เชื่อว่าคนเราสามารถพัฒนาตัวเองในด้านต่างๆได้เสมอ พร้อมเติบโตถึงแม้จะมีอุปสรรค

ลักษณะของคนที่มี growth mindset คือเป็นคนที่

  • เชื่อว่าความสามารถของตัวเองเป็นเรื่องที่คาดเดาไม่ได้ เพราะสามารถพัฒนาไปได้เสมอ เพียงแค่ต้องพยายาม
  • ไม่กลัวที่จะถูกมองว่าไม่รู้ ไม่ฉลาด เพราะเปิดรับการเรียนรู้ใหม่ๆอยู่เสมอ
  • ยอมรับความผิดพลาดของตนเองได้ จึงทำให้กล้าที่จะลองทำอะไรใหม่ๆ
  • กล้าแสดงความคิดเห็นของตัวเองถึงแม้จะยังไม่ค่อยมั่นใจก็ตาม
  • ไม่ปกปิดจุดอ่อนของตัวเอง แต่จะพยายามแก้ไขและเอาชนะมันให้ได้
  • ไม่ย่อท้อต่อช่วงเวลาที่ยากลำบาก
  • โฟกัสกับกระบวนการมากกว่าผลลัพธ์ เพราะกระบวนการทำให้พวกเขาได้พัฒนาตนเอง ถึงแม้ผลลัพธ์จะไม่เป็นไปตามที่หวังก็ตาม

คนที่เกิดมาพร้อมพรสวรรค์และความสามารถที่พิเศษกว่าคนอื่นโดยที่ไม่ต้องพยายามมีอยู่จริง แต่ก็ยังมีคนอีกมากมายที่ประสบความสำเร็จจากความพยายามของตัวเองในการเรียนรู้ ฝึกฝน และสะสมประสบการณ์

การเรียนรู้จากปัญหาที่เกิดขึ้น จะทำได้ก็ต่อเมื่อเรายอมรับในความผิดพลาดของเราก่อน เมื่อเกิดอุปสรรคก็จะไม่ย่อท้อหรือล้มเลิกง่ายๆ ซึ่งคนที่มี fixed mindset มักจะกลัวว่าคนอื่นจะมองว่าเขาไม่มีความสามารถ จึงมักจะไม่ยอมรับความผิดพลาดของตัวเอง หากองค์กรไหนที่มีคนแบบนี้อยู่เยอะ ก็จะทำให้องค์กรเหล่านั้นไม่ค่อยพัฒนาเติบโต ถึงเปล่ยนแปลงก็เป็นไปอย่างช้าๆนั่นเอง

คนที่มี fixed mindset ก็สามารถประสบความสำเร็จได้ แต่จะเกิดขึ้นในสถานการณ์ที่เขามั่นใจว่าเขาทำได้เท่านั้น แต่เมื่อใดที่สถานการณ์มีความท้าทายและดูเสี่ยง เขาจะตัดสินใจไม่ลงมือทำมัน

วิธีการช่วยให้คนเปลี่ยนจากการมี fixed mindset มาเป็น growth mindset ที่ได้ผลที่สุดก็คือการเปลี่ยนความคิดของตัวเองนั่นเอง อาจจะใช้เวลาแต่หากคุณเชื่อว่าไม่วันใดก็วันหนึ่งเราจะเป็นคนที่มี growth mindset ให้ได้ต่อให้ต้องใช้ความพยายามและเวลาแค่ไหน แค่นี้ก็เป็นจุดเริ่มต้นในการเชื่อมั่นในการพัฒนาตัวเองได้แล้ว

เรื่องน่าเศร้าอีกหนึ่งอย่างคือ ระบบการศึกษาของประเทศไทยเราค่อนข้างจะดำเนินไปในแนวทางที่ทำให้เด็กๆคิดในระบบที่ตายตัวแบบนี้ การเรียนและสอบในไทยมักจะมีคำตอบถูกผิดที่ตายตัว เวลาครูถามอะไรในห้องแล้วเด็กลองตอบ หากเป็นคำตอบที่ผิดเด็กก็อาจจะอายและคราวต่อไปก็เลือกที่จะไม่ตอบอีก แต่ครูควรกระตุ้นให้เด็กๆได้ลองคิดคำตอบของคำถาม โดยไม่มีการตัดสินว่านี่คือถูกหรือผิดแต่เลือกที่จะถามหาเหตุผลว่าทำไมเด็กจึงคิดแบบนั้น ครูที่มี growth mindset จะมีวิธีจัดการสอนที่ต่างออกไป จะแสดงให้เด็กเห็นว่ามันมีหนทางแก้ปัญหาที่แตกต่างออกไป มีหลายวิธีในการแก้ปัญหาเดียวกัน

ในวิชาที่ได้ผลการเรียนไม่ดี เด็กที่มี fixed mindset จะมองว่าตัวเองไม่ถนัดในวิชานั้นๆ และไม่กระตือรืนร้นในการพัฒนาตัวเองในวิชานั้นๆ แต่ในขณะที่เด็กที่มี growth mindset จะคิดว่ามันคือความท้าทาย เขาต้องทำอย่างไรที่จะให้คะแนนในวิชานี้เพิ่มขึ้นได้บ้าง และพัฒนาตัวเองเพื่อให้ไปจุดนั้นให้ได้ เขาจะมองว่าผลการเรียนหรือคะแนนสอบไม่ได้วัดความสามารถ ไม่ได้บอกว่าใครเป็นคนฉลาด เด็กที่มี growth mindset จะรู้และมองว่ามันต้องใช้เวลาที่จะพัฒนาตนเองและเข้าถึงศักยภาพที่แท้จริง

คำชมของพ่อแม่ก็มีผลในการ shape ความคิดของเด็กได้เช่นกัน เด็กที่โตมากับคำชมว่าเป็นเด็กฉลาดมักจะกลายเป็นเด็กที่มี fixed mindset ทำให้กลายเป็นเด็กที่ไม่ชอบความท้าทาย เด็กเหล่านี้ต้องการที่จะอยู่ในกรอบความสำเร็จและไม่ต้องการเสี่ยงที่จะกลายเป็นคนที่พ่ายแพ้และถูกมองว่าเป็นคนที่อ่อนแอ ทำให้กลายเป็นคนที่ไม่ชอบการแก้ปัญหายากๆ ในขณะที่เด็กที่โตมากับคำชมว่าเป็นเด็กที่ขยันจะกลายเป็นเด็กที่ชื่นชอบการแก้ปัญหายากๆ

ทีมงาน Bookpacker หวังว่าบทความในวันนี้จะช่วยให้คุณได้รู้ตัวเองว่ามี mindset แบบใด หากคุณมีพฤติกรรมที่เข้าข่ายคนที่มี fixed mindset หวังว่าบทความนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้คุณอยากเริ่มปรับเปลี่ยนทัศนคติของตัวเองให้ค่อยๆมี growth mindset กันได้ทันเวลานะครับ

Share บทความนี้เพื่อแบ่งปันความรู้ให้เพื่อนๆของคุณได้สำรวจตัวเองกันได้ แล้วพบกันในบทความหน้านะครับ 🙂

อ้างอิง :

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *