Passion คือ อะไร ?

ความหมายจริงๆของ Passion ที่ใครๆต่างก็พูดถึงคืออะไร?
การจะมี Passion แท้ที่จริงแล้วต้องทำอย่างไร?
หาเจอแล้วต้องทำอย่างไรต่อ?

ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา หลายๆคนคงได้เห็นบทความจากหลายที่ยกเอาเรื่องการใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่า ตามหาความฝัน และใช้ชีวิตอย่างมี Passion มีพูดถึงกัน แต่…ปัญหามันอยู่ที่ว่า เจ้า Passion ที่เขาบอกให้เราหาให้เจอ มันคืออะไร? แล้วเราจะหามันเจอได้ยังไง? ถ้าหาเจอแล้วต้องทำอย่างไรต่อ? วันนี้ Bookpacker ขอหยิบคำที่น่าสนใจคำนี้ มาเขียนให้เพื่อนๆได้ลองอ่านกันดูนะครับ

ความกระตือรือร้นในชีวิต แบ่งออกได้เป็น 2 แบบ
1) ความกระตือรือร้นที่มาจากสิ่งที่ตนเองชอบหรือรัก หรือ “ความหลงใหล”
Inner pressure หรือแรงผลักดันจากภายในของเราให้เราทำอะไรก็ตาม
ที่ทำให้ “สิ่งที่เราต้องการ หรือปรารถนา” มันเกิดขึ้น

ซึ่งในแบบแรกนี้สิ่งที่เราควรจะมีคือ …
ภาพของ Idol หรือบุคคลต้นแบบซึ่งภาพนี้ควรจะชัดเจนมากๆ
และสิ่งที่เขาเป็นมันช่วยกระตุ้นให้คุณอยากเป็นแบบนั้นมากๆ
แต่! อย่าลืมว่ามนุษย์เราไม่มีใครที่จะสามารถเลียนแบบคนอีกคนได้อย่างสมบูรณ์ 100%
ดังนั้นสิ่งที่คุณต้องทำก็คือการศึกษาการได้มาซึ่งความสำเร็จของบุคคลนั้นและวิถีการใช้ชีวิตของเขา แล้วนำเอาสิ่งดีๆและแรงกระตุ้นนี้มาปรับใช้กับ “ความเป็นตัวตนของคุณเอง” ไม่แน่สักวันที่คุณทำสำเร็จ คุณก็จะกลายเป็น idol ให้คนอื่นๆเอง

2) ความกระตือรือร้นที่มาจากความทุกข์ ความเจ็บปวด
Passion มีรากศัพท์จากภาษากรีก πασχω ซึ่งแปลว่า to suffer หรือการต้องเจอกับความทุกข์ ความเจ็บปวดนั่นเอง
ซึ่งนี่ทำให้คำว่า Passion น่าจะหมายถึง “การยอมทนทุกข์เพื่อสิ่งที่คุณรัก (Willingness to suffer for what you love) ”
Inner Pressure หรือแรงผลักดันภายในจะให้เราต้องทำอะไรบางอย่าง
แต่ในข้อนี้คือการทำ เพื่อไม่ให้ “สิ่งที่เราไม่ต้องการ ไม่ปรารถนา” เกิดขึ้นมาได้
หรือในอีกแง่คือ หากเราไม่ลงมือทำสิ่งๆนั้น มันจะทำให้เราต้องทนทุกข์ และพบเจอกับความเจ็บปวด

ซึ่งในแบบที่สองนี้สิ่งที่เราต้องหาให้เจอก็คือ “ความทุกข์ หรือสิ่งที่เราไม่ปรารถนา” หรือ Pain นั่นเอง

ยกตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพที่ง่ายขึ้น เช่น

– แจ็คหม่า เจ้าของ Alibaba เว็บไซต์ค้าขายของจีนชื่อดังของโลก
Pain ที่เขาหาเจอก็คือ การค้าขายที่ยากลำบากของคนจีน
ดังนั้นเขาจึงนำเอา Pain นี้มาขับเคลื่อนการลงมือสร้าง Alibaba
เพื่อให้คนจีนได้ลงขายของและทำการค้าที่สะดวกสบายได้มากขึ้น
และตอนนี้มันก็เป็นแหล่งซื้อขายแหล่งใหญ่บนโลกออนไลน์ที่ใครๆก็รู้จัก

– คุณทิม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ CEO ไฟแรงที่ใครๆในตอนนี้ก็พูดถึงกัน
คุณทิมเคยกล่าวไว้ว่า “ชีวิตผมไม่ได้เริ่มที่ศูนย์ แต่เริ่มที่ติดลบ”
เพราะตอนที่พ่อของคุณทิมเสีย คุณทิมต้องรับหน้าที่ในการใช้หนี้สินจำนวนกว่า 100 ล้านบาท โดยหนี้สินจำนวนนี้ก็นับเป็น Pain ของคุณทิม
ในการต้องลงมือพัฒนาบริษัทผลิตภัณฑ์เกษตรของครอบครัว
ด้วยแนวคิดทางธุรกิจแบบใหม่ๆ เพื่อหาเงินมาใช้หนี้
และสุดท้ายก็ทำการชดใช้หนี้สินไปได้จนหมด
จนตอนนี้บริษัทของคุณทิมมีมูลค่าทางธุรกิจกว่าพันล้าน และใหญ่เป็นอันดับ 5 ของโลก

พอจะมองภาพ Pain ที่เราต้องหาให้เจอกันออกแล้วใช่ไหมครับว่าเป็นประมาณไหน
หลายๆคนอาจจะทำการโฟกัสไปที่เรื่องเงินมาก่อน
แต่ความจริงแล้ว Pain ที่น่าจะเอาไปต่อยอดได้ดีที่สุดก็คือ Pain ที่ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องเงิน
ไม่ว่าจะเป็น Pain ที่เราเจอกับตัวเองหรือเป็น Pain ของบุคคลอื่นที่เรามองเห็น
ลองเอาสิ่งเหล่านี้มาตกผลึก นั่งเขียนวิธีการแก้ไขไม่ให้เกิด Pain นี้
แล้วลองลงมือทำมันดู เพราะถ้าสิ่งที่คุณทำนั้นแก้ Pain ของคนอื่นๆได้ เงินก็จะเป็นสิ่งที่ตามมาทีหลัง

Don’t settle for a life that is only so-so.
อย่าหยุดอยู่กับชีวิตที่คุณรู้สึกว่ามัน “เฉยเฉย”

ลองนั่งคิดกับตัวเองดูดีๆว่าสิ่งที่มันจะช่วยให้ทั้งชีวิตของเรา และของผู้อื่นดีขึ้นได้นั้นมีอะไรบ้างและสิ่งเหล่านั้นมีอะไรที่มันจูงใจคุณให้ลงมือทำบ้าง
เพราะถ้ายิ่งสิ่งเหล่านั้นที่ช่วยคนอื่นได้เป็นสิ่งที่ตัวคุณเองก็ชอบเช่นกัน
นั่นแหละจะเป็นจุดเริ่มต้นในการทำตาม Passion ของคุณ

ชีวิตมีพรุ่งนี้ให้เราได้เริ่มต้นใหม่อยู่เสมอ แต่อย่าลืมว่าเวลาที่เรามีนั้นไม่เคยคอยใคร
ลงมือทำเพียงวันละนิด แค่นี้เราก็พัฒนามากขึ้นกว่าเมื่อวานแล้ว

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *